รู้หรือไม่อะไรคือ 'เพร็พ (PrEP)' ?
จากในประเทศไทย ตรวจพบผู้ติดเชื้อ HIV 438,589 รายในปี 2558 ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,226 ราย จากการประเมินพบว่า ในปี 2562 ประเทศไทยจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 29,626 ราย โดย 53% จะเป็นประชากรกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ดังนั้นการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อและติดเชื้อ ด้วยยาต้านไวรัส หรือ PrEP จึงเป็นวิธีการลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดการระบาดของโรคเอดส์ และนำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย
PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis (PrEP) เป็นการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวี ก่อนมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ เป็นวิธีการแบบใหม่ที่องค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ใช้ โดยหากทานยาอย่างสม่ำเสมอแล้ว จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 92%

โดย พญ.นิตยา ภารุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าแผนกป้องกัน ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ก่อนจะเริ่มกินเพร็พ ต้องตรวจเลือดให้แน่ใจก่อนว่าไม่ได้ติดเชื้อมาก่อน และต้องตรวจหาการทำงานของไต โดยไม่จำเป็นต้องกินตลอดชีวิต กินเฉพาะช่วงชีวิตที่คิดว่าจะมีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งจะกินทุกวันๆ ละ 1 เม็ด หากเป็นผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักต้องกินติดต่อ 7 วัน จึงจะทำให้ยามาสะสมอยู่ที่ทวารหนักที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด 10-30 เท่า ส่วนผู้มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดต้องกิน 3 สัปดาห์ จึงจะมียาสะสมที่ช่องคลอด แต่ทั้ง 2 รูปแบบต้องกินต่อเนื่องจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว และต้องตรวจหาการติดเชื้อทุก 3 เดือน ทั้งนี้คนที่กินเพร็พยังต้องใช้ถุงยางอนามัยและเข็มฉีดยาที่สะอาดในการป้องกันร่วมด้วย ส่วนผลข้างเคียงของยาเพร็พ เกิดขึ้นได้เล็กน้อยต่อไตและกระดูก แต่หากเทียบกับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีถือว่าคุ้มค่ากว่า
ด้วยประเทศไทยยังไม่มีการจัดให้เพร็พอยู่ในสิทธิประโยชน์ในกองทุนรักษาพยาบาลใดๆ ดังนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 ทางสภากาชาดไทยจึงจะเริ่มให้ยาเพร็พฟรีแก่ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และสาวประเภทสองที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่ไปรับบริการสุขภาพทางเพศที่ศูนย์สุขภาพชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ และ จ.สงขลา ตั้งเป้าให้บริการยาเพร็พฟรี ปีละ 1,000 ราย ต่อเนื่อง 3 ปี
และในปีเดียวกันนี้กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคประชาสังคมได้ศึกษาประสิทธิผลและความคุ้มค่าในพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และนนทบุรี เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นชุดสิทธิประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ คาดมีกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับยาเพร็พ 1.5 แสนคน ทั้งกลุ่มชายรักชาย สาวประเภทสอง ผู้ใช้ยาเสพติดประเภทฉีด และคู่สมรสที่มีผลเลือดต่าง ซึ่งถ้าดูในภาพรวมปัจจุบันงบประมาณในการแก้ปัญหาเอดส์ในประเทศไทยกว่า 70% เป็นค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษา ดังนั้นหากเราสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้สำเร็จ จะช่วยให้ประเทศไทยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาลงไปได้ด้วย
ข้อมูลอ้างอิง:
- บทความ “รับยาเพร็พที่ พัลซ์ คลินิก สีลม”, เข้าถึงจาก; https://www.silompulse.com/th/prep/)
- บทความ “ค้นพบ ‘ยาเพร็พ’ ต้านเชื้อเอชไอวี กินก่อนไปสัมผัส1สัปดาห์”, เข้าถึงจาก; https://www.thairath.co.th/content/1155055)