ชีวิตโครตพี้ ! ของ Mark Renton ในมหากาพย์ Trainspotting (1996,2017)

 

“เอาจุดสุดยอดที่คุณเคยบรรลุคูณ 1000 ก็ยังไม่ใกล้เคียงความสุขที่มันให้”

แล้วไอ้จุดสุดยอดคูณหนึ่งพันมันจะเหมือนความสุขที่ได้กินบุฟเฟ่ต์แซลมอน ได้กินพิซซ่าขอบบางอบเตาถ่าน หรือกินไก่ทอดบอนชอนคนเดียว 10 ชิ้นหรือไม่ ก็คงไม่มีใครรู้ คงไม่มีใครสามารถจินตนาการความสุขที่ว่าได้ หากไม่ได้สัมผัสเฮโรอีนด้วยตัวเอง

สารเสพติดที่เป็นตัวละครสำคัญของภาพยนตร์ยุค 90 ระดับตำนานอย่าง Trainspotting กำกับโดยแดนนี่ บอยล์ เรื่องราวจากหนังสือชื่อเดียวกันที่เขียนโดย ไอร์วีน เวลช์ บอกเล่าชีวิตสุดเหวี่ยงของกลุ่มวัยรุ่นในเอเด็นเบอะระ ประเทศสกอตแลนด์ ที่ต้องการเพียงแค่เฮโรอีนมาเติมเต็มความสุขให้แก่ร่างกายและจิตใจในแต่ละวันเท่านั้น พวกเขาทำทุกทาง วิ่งราว ขโมยของ ถึงขั้นล้วงลงไปในชักโครก เพื่อให้ได้มาซึ่งของวิเศษเหล่านี้

 

มาร์ค เรนตัน ตัวละครหลักหนึ่งในสมาชิกแก๊งสุดวายป่วง เราจะได้ยินเสียงของเขาบอกเล่าเรื่องราวซึ่งแสดงถึงมุมมองของเขาที่มีต่อเฮโรอีน ต่อโลก หรือสังคมในสกอตแลนด์ช่วงนั้น

ครอบครัวของเขาไม่ได้มีปัญหา ไม่มีแม้กระทั่งความขัดแย้งหรือรุนแรงใดๆเกิดขึ้น แต่กลุ่มเพื่อนของเขากลับเต็มไปด้วยผู้ใช้ยาและคนขี้โกหก คนชอบความรุนแรง ง่ายๆ คือกลุ่มเพื่อนที่พ่อแม่เว้าวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าไม่ให้ลูกตนเองไปพัวพันเรื่องราวร้ายๆ ทว่าครอบครัวของมาร์คประเสริฐได้มากกว่านั้น พ่อแม่ของเขารักเขามาก ไม่เคยต่อว่าเขาเรื่องการคบเพื่อน แต่ก็มีเตือนเรื่องการใช้ยาบ้างตามประสาครอบครัวทั่วไป อีกทั้งยังสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนของมาร์ค นี่สมกับครอบครัวในอุดมคติชัดๆ

 

“พวกเขาคงไม่รู้ว่ามันมีความสุขขนาดไหน ไม่งั้นพวกเราไม่เสพมันหรอก พวกเราไม่ได้โง่ อย่างน้อยก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

     การเลือกความสุขในแบบของมาร์ค ช่างแตกต่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเลือกทางเดินชีวิตที่ผันกับกระแสโลก หรือเพราะทัศนคติตลกร้ายที่มาร์คมีต่อสังคมสกอตแลนด์ เขามองว่าการได้เป็นคนสกอตแลนด์มันเป็นสิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอารยธรรมของมนุษย์ คนอย่างมาร์คจึงไม่เลือกเครื่องซักผ้า ไม่เลือกรถ และไม่เลือกชีวิตอย่างที่ใครๆทำกัน เพราะเขานั้นมีเฮโรอีนแล้ว และเขาเลือกที่จะบรรลุขีดจำกัดของความสุขทั่วไป ด้วยเฮโรอีน

 

“มันบั่นทอนชีวิตนายนะมาร์คที่ฉีดสารพิษพวกนั้นเข้าร่างกาย”

     ถึงแม้ว่ามาร์คจะเกลียดการเป็นไปของสังคมสกอตมากแค่ไหน หูของเขาอีกข้างก็ยังรับฟังเสียงของสังคม คำพูดของใครหลายคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนจอมโกหก หรือแม้กระทั่งพ่อของเขาเอง คำพูดเหล่านั้นส่งผลให้มาร์คมีความตั้งใจที่เลิกใช้เฮโรอีน

 

“ผมขออีกแค่เข็มเดียว”

     เป็นเข็มเดียวที่ไม่เคยจบ การกลับไปใช้อีกเข็ม อีกเข็ม และอีกเข็มของเขา ภาพยนตร์ได้ถ่ายทอดถึงความยากเย็น ทรมาน ทุรนทุราย ในการที่มาร์คจะเลิกใช้สารเสพติดตัวแสบอย่างเฮโรอีนได้อย่างดี ประโยคคลิเช่อย่าง “ถ้าใจแข็ง เดี๋ยวก็เลิกได้” อาจไม่ตอบโจทย์อีกแล้ว ด้วยการแรงผลักดันและการดูแลที่น่าซึ้งใจจากพ่อและแม่ พวกเขาไม่ตัดสินมาร์คเลยแม้แต่นิด กลับพยายามอย่างสุดความสามารถให้ลูกเลิกใช้สารเสพติดได้ แม้ว่าจะต้องขังลูกชายสุดที่รักไว้ในห้องก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดมาร์คประสบความสำเร็จ/เข้าเส้นชัยในการเลิกใช้เฮโรอีน

     อีกหนึ่งสิ่งที่ภาพยนตร์ได้ฉีดมิติชีวิตของมาร์ค เรนตันให้เราได้อย่างน่าสนใจ ควรค่าแก่การเอ่ยคำว่า โคตรๆ คือ แม้ช่วงต้นเขาจะหันหลังให้การเลือกชีวิต เลือกครอบครัว เลือกสุขภาพ เลือกชุดลำลองและกระเป๋าที่เข้ากัน เลือกอาหารโคเรสเตอรอลต่ำ เลือกประกันทำฟัน หรือเลือกทำดีไอวายตอนเช้าวันอาทิตย์

     ทว่าเมื่อเขาสามารถเลิกเฮโรอีนได้ เขากลับหันหลังไปสู่ทางสายนั้น สายที่ใครๆเขาก็ทำกัน อาจเป็นเพราะสังคมของผู้ใช้ยาจะเปลี่ยนไปเมื่อตนเลิกใช้ยาได้ หรือตัวละครของมาร์คเองได้มีพัฒนาจากเด็กวัยรุ่นใช้ชีวิตไม่สนอะไร สร้างวีรกรรมป่วนเมืองไปวันๆ จนวันที่เขาก้าวมาสู่ความเป็นผู้ใหญ่ในแบบที่ตัวเขาก็ไม่นึกถึง

 

     ล่วงเลยมาถึงวัยผู้ใหญ่เต็มตัวใน Trainspotting ภาคสองที่ฉายไปเมื่อปี 2017 คนดูจะได้เห็นการเติบโตของตัวละครมาร์คไม่ว่าจะด้านพฤติกรรมหรือความคิดก็ตาม ทว่าเมื่อมาร์คที่เลิกใช้เฮโรอีนมา 20ปี ได้พบเจอเพื่อนเก่าที่ยังใช้เฮโรอีนบวกโคเคน นั่นทำให้มาร์คได้เดินมาถึงตรงกลางระหว่างโลกของผู้ใช้ยาและผู้เคยใช้ยา แต่มาร์คก็ไม่ได้ตัดสิน เขาพาสปั๊ด เพื่อนชาวแก๊งออกไปวิ่ง แนะนำให้ไปต่อยมวย หรือแม้แต่ช่วยซิกบอย อีกหนึ่งเพื่อนชาวแก๊ง เปิดธุรกิจซาวน่าที่เหลวเป๋วตั้งแต่ยังไม่เริ่ม สิ่งที่มาร์คให้เพื่อนรักนั้นมากกว่าแค่ความหวังดี

     วันหนึ่งพวกเขารำลึกความผิดที่เคยก่อ ที่ไม่อาจกลับไปแก้ไขได้ ความผิดที่ยังติดตัวเขาและกรีดเป็นบาดแผลไว้ในใจ ความรู้สึกผิดจากการฉีดเฮโรอีนให้เพื่อนจนเพื่อนเสพติด ได้รับเชื้อ HIV และเสียชีวิตในท้ายที่สุด หรือลูกเล็กต้วมเตี้ยมของซิก บอย ที่คอหักตาย เนื่องจากทุกคนในตอนนั้นกำลังพี้ยาได้ที่อยู่และไม่ได้ยินเสียงร้องใดๆทั้งนั้น ความเจ็บปวดเหล่านี้ย้อนกลับเข้ามาน็อคพวกเขา ทำให้พวกเขา...อีกครั้ง...ต้องการสารเร่งความสุขมาหลั่งไหลอยู่ในเส้นเลือดเพื่อยับยั้งความเจ็บปวดนั้น

 

อีกแค่เข็มเดียว”

     เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเข็มนี้ของเขาจะเหมือน เมื่อ20ปีที่แล้วหรือไม่ ? หรือชีวิตของตัวละครมาร์ค เรนตันจากทั้ง Trainspotting 1 และ 2 กำลังบอกคนดูอย่างเราๆว่า ทุกคนมีความคิดซับซ้อน มีหลายมิติประกอบกันในร่างมนุษย์คนหนึ่ง  เราเคยเดินผิด และเราเดินใหม่ เราเจ็บปวด และเราหาบางสิ่งมาบรรเทา เราโตขึ้น และเปลี่ยนไปตามโลก ทุกๆทางเลือกล้วนเป็นผลมาจากการกระทำหนึ่งๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว หรือผู้ใช้ยาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนธรรมดา

 

ขอบคุณภาพจาก:

     -     ภาพยนตร์ Trainspotting (1996,2017)

File Download