
บางทีความรักรูปแบบ “พระเอก” กับ “นางเอก” อาจเก่าไปแล้วสำหรับยุคนี้ เพราะอิสระของวิถีทางเพศในโลกเสมือนจริงนั้นได้เริ่มขยายขอบเขตออกไปไกลกว่าที่เราเคยคุ้นชิน และ “เพศ” กลายเป็นอีกปรัชญาหนึ่งที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เล่นได้โลดแล่นไปกับเนื้อเรื่องเข้มข้นของเกม แต่การสร้างเนื้อหาภายใต้อิสระนั้นอาจเลยเถิดกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนใจสำหรับผู้เล่นได้ หากตัวเกมออกแบบมาได้ไม่ครบรสพอ
วันนี้เราจึงขอรวบรวม 5 เกมยุคใหม่กับเรื่องราวความรักและเพศที่หลากหลาย จนอาจทำให้ผู้เล่นอย่างเราๆ ปาดน้ำตาได้โดยไม่รู้ตัว
Life is Strange ความประหลาดของชีวิต

แม้จะไม่ประหลาดเท่ากับชื่อเกม แต่เรื่องราวของ แม็กซ์ คอลฟีลด์ วัยรุ่นสาวบ้ากล้องที่วันหนึ่งดันฝันกลางวันถึงพายุหมุนลูกใหญ่พัดถล่มเมือง ตอนนั้นแหละที่ชีวิตของเธอก็เริ่มประหลาดขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลังตื่นขึ้นมาไม่นาน เธอเองกลับต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ยิงกันในห้องน้ำหญิงของโรงเรียน และเพื่อช่วยสาวผมน้ำเงินคนนั้นทำให้เธอค้นพบพลังที่สามารถย้อนเวลาได้
Life is Strange ไม่ใช้เกมแนวบู๊ล้างผลาญย้อนเวลาผ่าโลกอนาคต แต่เป็นแนว Graphic Adventure ที่พัฒนาโดย Dontnod Entertainment และจัดจำหน่ายโดย Square Enix มาพร้อมกับระบบของการเล่นแบบ “ตัวเลือก” ทุกการกระทำที่จะพาผู้เล่นเข้าไปสำรวจชีวิตของการเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง ต้องพบเจอกับทางเลือกยากๆในชีวิต เรื่องราวแปลกประหลาด ปริศนาของหญิงสาวที่หายไป หรือแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนซี้วัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปีอย่าง “โคลอี้”
เราจะเห็นว่าตัวเกมไม่ได้จำกัด “ความเป็นหญิง” รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้กับ “แม็กซ์” แต่มันคือการพาเราไปรู้จักความเป็น “วัยรุ่น” วัยที่มีอิสระในการเรียนรู้ รู้จักตัวตน ความรัก ความเจ็บปวด การยอมรับ การหลีกหนี หรือในบางครั้งผู้เล่นเองก็สามารถย้อนเวลากลับไปได้เพื่อลองผิดลองถูกกับตัวเลือกที่ทำไป มันคือการสร้างความหลากหลายที่เป็นเรื่องปกติของชีวิต ทำให้เราค่อยๆ รู้สึกและลงลึกไปกับเรื่องราวของ “แม็กซ์” และ “โคลอี้” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Mass Effect : Andromeda เมื่อที่มั่นสุดท้ายหาใช่ทางช้างเผือก

มหากาพย์ไซไฟนี้จะกล่าวถึงเหตุการณ์ภายหลังจากปี 2182 มนุษย์ชาติกลุ่มหนึ่งได้ตั๋วเที่ยวเดียวเดินทางจากทางช้างเผือกมายังกาแล็กซี่อันโดรเมด้าเพื่อตั้งอาณานิคมใหม่ เราจะได้รับบเป็น “สก๊อต” หรือ “ซาร่า” พี่น้องชายหญิงที่จับพลัดจับผลูได้มาเป็น "ผู้เบิกทาง" ผู้นำคนเดียวของมวลมนุษยชาติที่ต้องกำหนดทิศทางความอยู่รอดของทีม สร้างความเชื่อมั่น และหาทางทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดในกาแล็คซี่ใหม่แห่งนี้ให้ได้! ไม่ได้กดดันกันใช่เปล่า?
แน่นอนว่าเกมดังแนวไซไฟอวกาศนี้จะมาจากใครไม่ได้เลยนอกจากค่าย Bioware ผู้โด่งดังเรื่องอิสระทางเพศ แต่ครั้งนี้ตัวเกมพาเราหลุดเข้าไปอีกขั้นของไซไฟทั่วไป เข้าสู่ระดับจักรวาลกันเลยทีเดียว ภารกิจหลักของนักสำรวจอย่างเราๆ จึงเน้นไปที่การตามหาดาวที่สามารถใช้เป็นแหล่งที่อยู่ใหม่ หาทรัพยากรมาเติมเต็มให้สถานีอวกาศ ซึ่งระหว่างนั้นเองเราก็จะได้พบกับสิ่งมีชีวิตจากดาวต่างๆ ทั้งที่เป็นมิตรและเป็นศัตรู
อดบอกไม่ได้ว่านี้แหละคือจุดเด่นของเกมที่เปิดกว้างในเรื่องเผ่าพันธุ์และความรักที่หลากหลายแบบ มีตัวละครหลายตัวด้วยกันที่เป็น LGBT+ เช่นสมาชิกของกลุ่มที่เป็นไบเซ็กชวล, คุณหมอที่เป็นเลสเบี้ยน หรือวิศวกรอวกาศที่เป็นเกย์ฉีกทุกข้อจำกัดที่แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าเราสามารถจะเป็นใครหรือเพศอะไรก็ตามที่เราต้องการ
The Last of Us : Left Behind ก่อนจะเหลือแค่เรา

ฉีกแนวกันบ้างกับเรื่องราวภาคแยกของเกม THE LAST OF US ที่กล่าวถึงโลกซึ่งมนุษย์ยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งการสูญสิ้นเผ่าพันธ์ เพราะถูกคุกคามด้วยเชื้อราสามารถติดต่อผ่านทางอากาศได้ที่จะเข้าไปควบคุมสมองของเปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้ เราจะได้รับบทเป็นสาวน้อย “เอลลี่” ที่ต้องเอาตัวรอดกับฝูงห่าซอมบี้นับร้อย รวมไปถึงรัฐบาลที่ใช้อำนาจเผด็จการในการปกครอง เหล่ามนุษย์แดนตายที่ทำทุกอย่างเพื่อการอยู่รอด และแน่นอนว่าเธออาจไม่รอดจนถึงทุกวันนี้ถ้าขาดเพื่อนรักอย่าง “ไรลี่ย์” คอยร่วมชะตากรรม
เกมแนว “Zombies Apocalypse” อาจฟังดูเหมือนสไตล์หนังผีดิบทั่วไป แต่สำหรับ The Last of Us : Left Behind จากค่าย Naughty Dogs กลับเข้มขนกว่า เพราะไม่ใช่เรื่องเรื่องง่ายเลยสำหรับสองตัวละครหลักที่เป็น “เด็กผู้หญิง” และต้องดำรงชีวิตในโลกที่การเอาตัวรอดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด กระนั้นเรายังได้ค้นพบความสนุกสนานแบบเด็กๆ ที่เติมเต็มช่วงเวลายากๆ ให้กันได้อย่างน่าประทับใจ
การเอาตัวรอดร่วมกันในฐานะ “คู่หู” ที่คอยอยู่เคียงข้าง ท้ายที่สุดแล้วอาจไม่สำคัญเลยว่าตัวตนทางเพศของพวกเขาจะอย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ความรู้สึกและความผูกพันของสองตัวละคร คงยากเกินกว่าที่เราจะไปตีกรอบมันได้
Dragon Age: Inquisition สงคราม ปีศาจ ผู้กล้า

เรื่องราวแฟนตาซีสุดจินตนาการนี้จะพาเราเข้าไปผจญภัยในดินแดน "เธดัส" กับบทบาทผู้ตรวจการแห่งสมาคมชั้นไต่สวนประหนึ่งจั่นเจาในเปาบุ้นจิ้น หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของเราคือเพื่อป้องกันและสืบหาการรุกรานของฝูงปีศาจที่บุกเข้ามาตามรอยแยกระหว่างมิติ แถมยังต้องตกอยู่ท่ามกลางสงครามกลางเมืองอันร้อนระอุ การปะทะครั้งใหญ่ระหว่างอัศวินและเหล่านักเวทย์ และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประดังประเดเข้ามาตั้งแต่เลเวลบังเอิญจนถึงความวอดวายของอาณาจักร
อีกหนึ่งซีรีส์เกมสุดแฟนตาซีอย่าง Dragon Age จากค่าย BioWare อันเลื่องชื่อในเรื่องของ Fanasy Open World ทำให้รูปแบบการเล่นนั้นกว้าง! ใหญ่! ไพศาล! เนื้อเรื่องที่ความเข้มข้นและรายละเอียดมากมาย ดินแดนภูมิประเทศที่หลากหลาย ตัวละครมากเผ่าพันธุ์ พิชิตภารกิจและการตัดสินใจที่มีผลต่อความสัมพันธ์และโลกในเกมแทบทั้งหมด
จุดเด่นที่มอบอิสระในการเล่นได้อย่างไร้ขีดจำกัดทำให้เกมนี้เป็นเหมือน “ห้องเรียนวิถีทางเพศ” เพราะไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์ เอลฟ์ หรือว่าคนแคระ เรื่องราวบางส่วนของเกมจะแสดงให้เราเห็นถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ของเหล่าตัวละคร โดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องเป็นเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งทางผู้พัฒนาค่อนข้างเปิดกว้างกับเรื่องราวความรักแบบ LGBT+ และกล้าแสดงออกผ่านการเล่าเรื่องในเกมอย่างไม่อ้อมค้อม ชอบก็บอกว่าชอบ รักก็บอกว่ารักตรงๆ กันไป รวมถึงการใส่ตัวละครหลักที่มีความหลากหลายทางเพศให้เราได้มีอิสระในการรู้จักและเชื่อมความสัมพันธ์กับพวกเขาได้ และหากความสัมพันธ์ของเรากับตัวละครสามารถพัฒนาเข้าสู่จุดหนึ่งได้ ตัวเกมอาจจะพาเราไปสู่คัตซีนและตัวเลือกที่ลึกซึ้งเร่าร้อนกว่าเดิมได้ พูดแล้วเขินต้องไปลองเล่นกันดู
Gone Home ชิ้นส่วนที่หายไป

เกมที่น้อยแต่มากนี้ เราจะได้เล่นเป็นตัวละครที่ชื่อว่า “เคธี่” หลังจากสาวเจ้าออกไปท่องโลกนานกว่าปีเต็ม เมื่อกลับถึงบ้านเธอพบข้อความแปลกๆจากน้องสาวติดไว้ที่ประตูและพบว่าบ้านของเธอกลายเป็นร้างไปเสียแล้ว เฮ้ยทุกคนหายไปไหนกันหมด!? เอ้าหลอนเฉย!
เกมอินดี้ จากค่าย Fullbright Company จะพาเราเข้าไปรับรู้เรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่งในแบบ "A Story Exploration Video Game" มุมมองภาพแบบบุคคลที่หนึ่ง ตัวเกมพยายามให้เราหาที่มาที่ไปว่าเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าน อาจไม่ได้ขนพองสยองเกล้าตุ้งแช่! แฮ่วั๊บ! แต่เล่นจิตวิทยากับความกลัวของผู้เล่น เราจะได้เข้าไป “แตะ” เรื่องราวบางอย่างในบ้านนี้ จากสิ่งของ จากโน้ต จากหนังสือ ฯลฯ และเชื่อมโยงจับแพะชนแกะจนค้นพบความกระจ่างของเรื่องในท้ายที่สุด
เราหยิบยกเกมนี้ขึ้นมาเพราะว่าทางทีมผู้สร้างได้นำความสัมพันธ์แบบหญิงหญิงระหว่าง “แซม” น้องสาวเคธี่ และคนรักมาเป็นเส้นเรื่องสำคัญ ยิ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าการมีตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นตัวละครหลัก ไม่ได้ทำให้ตัวเกมนั้นดูแปลกแยก ในทางกลับกันการสร้างความน่าสนใจและสื่อความหมายของเนื้อเรื่องได้อย่างเข้มข้นน่าจดจำ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเปิดกว้างรูปแบบทางเพศภายในโลกของเกมได้อย่างลงตัว